Botox คืออะไร

วิธีการทำงาน ข้อดี ข้อเสีย ข้อควรระวัง เหมาะกับใคร วิธีการดูแลตัวเองก่อนและหลัง

Botox เป็นอีกนวัตกรรมหนึ่งของการยกกระชับใบหน้าในปัจจุบัน ซึ่งสามารถช่วยลดริ้วรอยจนมิอาจปฏิเสธได้ว่า เป็นวิธีเสริมความงามที่มาแรงจนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง เพราะช่วยตอบโจทย์ผู้ที่รักความสวยรักงามอย่างทันใจกันเลยทีเดียว

Botox คืออะไร

Botox หรือ Botulinum toxin A เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดได้จากการสร้างของแบคทีเรีย “คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม” (Clostridium botulinum) เชื้อโรคนี้หากได้รับมากเกินไปจะทำให้อาหารเป็นพิษหรือเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง แต่ถ้าได้รับในปริมาณน้อยๆ อย่างพอเหมาะ จะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวอันเป็นผลดีกับวงการแพทย์ ซึ่งนำมาใช้ในการรักษาโรคตาเหล่ ตาเข และยังเป็นผลดีในวงการเสริมความงาม นั่นก็คือช่วยให้ริ้วรอยต่างๆ ลดลงและกระชับผิวให้ดีขึ้น

วิธีการทำงานของ Botox

เมื่อแพทย์ทำการฉีด Botox ไปในส่วนที่ต้องการรักษาแล้ว Botox จะเข้าไปจับที่ปลายประสาท ทำให้เซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทมาที่กล้ามเนื้อได้ หรือกล่าวได้ว่าเป็นการทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเป็นอัมพาตชั่วคราว จึงทำให้มีการคลายตัวของกล้ามเนื้อส่วนนั้นๆ โดยสามารถเห็นผลลัพธ์หลังการฉีดได้ภายใน 2 – 3 วัน สำหรับรอยตื้นๆ และรอยลึกจะเห็นผลประมาณ 7 – 14 วัน หลังการฉีดจะได้ผลอยู่ 6 – 8 เดือน

Botox สามารถใช้งานได้อย่างไรบ้างและเหมาะกับใคร

การฉีด Botox จะช่วยลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงอารมณ์ต่างๆ ที่หน้าผาก รอยตีนกา ริ้วรอยรอบดวงตา ปาก  ยกคิ้วขึ้นและตาดูโตขึ้น แลดูอ่อนเยาว์มากขึ้น เหมาะสำหรับใช้ปรับรูปหน้าให้ยกเรียว กระชับผิวหนัง รวมทั้งลดเหงื่อบริเวณรักแร้ได้อีกด้วย แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้เป็นเวลานานๆ จะส่งผลให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าไม่ค่อยแสดงอารมณ์ได้อย่างชัดเจน

ข้อดีของ Botox

Botox ทำให้หน้ายกกระชับเรียวได้รูปและเห็นผลไว อีกทั้งหากฉีดอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้การฉีด Botox ในครั้งต่อไปได้ผลยาวนาน และปริมาณการฉีดก็จะลดลงด้วยเช่นกัน

ข้อเสียของ Botox

อาจมีผลข้างเคียงอย่างเช่นหางตาตก ในบางรายพบว่ามีอาการปวดศีรษะหรือปวดในบริเวณที่ฉีด แต่ก็จะหายไปเองในเวลาที่ไม่นาน หรือบางรายเคี้ยวอาหารได้ยากขึ้นโดยเฉพาะอาหารที่แข็งและเหนียว เพราะการขยับกล้ามเนื้อในบริเวณที่ฉีดมีความหนืดมากขึ้น บางรายก็มีอาการข้อต่อของขากรรไกรมีความแข็งแรงไม่เท่าเดิมอีกด้วย

ผู้ที่ฉีด Botox ด้วยความไม่ชำนาญ อาจทำให้ใบหน้าทั้งสองข้างไม่สมดุล และยังสามารถเกิดจากการใช้กรามในการบดเคี้ยวอาหารไม่เท่ากัน เพราะถ้าใช้ด้านใดมากจะส่งผลให้ด้านนั้นกล้ามเนื้อใหญ่กว่าอีกข้างอย่างเห็นได้ชัด สำหรับผู้ที่มีแก้มใหญ่อาจมีปัญหา เนื่องจากเมื่อหน้าเรียวยกขึ้นจะทำให้แก้มที่มีเนื้อเยอะห้อยคล้อยลงมา นอกจากนี้การฉีด Botox ผิดตำแหน่งยังทำให้เกิดปัญหาปากเบี้ยวเวลายิ้ม

ข้อควรระวังการใช้ Botox

  • หลังการฉีด Botox ควรนอนราบภายใน 3 ชั่วโมง และอย่าบีบนวดในบริเวณที่ฉีด เพราะจะทำให้ Botox กระจายไหลไปตามจุดต่างๆ ที่ไม่ได้ฉีดได้ ซึ่งจะส่งผลให้มีอาการไม่พึงประสงค์อย่างเช่นหน้าผากตึงหรือหางคิ้วชี้ขึ้นมากไป เป็นต้น

  • Botox จะไม่มีผลข้างเคียงหรือเป็นอันตรายใดๆ หากฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในขนาดและปริมาณที่เหมาะสม และเว้นระยะการฉีดไม่เร็วไปกว่า 3 เดือน ดังนั้นก่อนที่จะใช้บริการควรเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีใบรับรองที่ถูกต้อง อีกทั้งสาร Botox จะต้องได้รับการรับรองจาก อย. สามารถตรวจสอบได้

วิธีการดูแลตัวเองหลังการฉีด Botox

หลังการฉีด Botox ไม่ควรนอนราบในช่วง 3 – 4 ชั่วโมงแรก และควรบริหารกล้ามเนื้อในบริเวณที่ฉีดบ่อยๆ อีกทั้งภายในระยะ 2 สัปดาห์แรกในบริเวณที่ฉีดไม่ควรโดนความร้อน

Facebook Comments